Translator

สกุลแวนด้า (Vanda) ตอนที่ 3

การปลูกกล้วยไม้สกุลแวนด้า
การปลูกมักนำไปปลูก ในกระถางแขวน ตอนแรก อาจใช้ออสมันดาเป็นเครื่องปลูกหรือ ใช้ถ่านรองกระถาง แต่ไม่ต้องใช้เครื่องปลูกเมื่อรากแข็งแรง ถ้าปลูกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กล้วยไม้สกุลแวนด้าจะมีก้านช่อแข็ง สีสดใสและให้ดอกดก

• แสงแดด
กล้วยไม้สกุลแวนด้า เป็นกล้วยไม้ที่ชอบแสงแดด ต้องให้โดนแดดบ้าง จึงจะแข็งแรงสวยงาม ในโรงเรือนให้มีแสง ประมาณ 50 % ของพื้นที่โรงเรือน ข้อสังเกตคือถ้าใบแวนด้าเขียวเข้มเกินไป แสดงถึงแสงแดดไม่เพียงพอ

สกุลแวนด้า (Vanda) ตอนที่ 2

กล้วยไม้สกุลแวนด้าบางชนิด
• แวนด้า ฟ้ามุ่ย (Vanda coerulea)
แหล่งที่พบ อินเดีย พม่า จีน ภาคเหนือของไทย
ลักษณะ กลีบดอกสีฟ้า หรือฟ้าปนม่วง บางชนิดเป็นลายตาราง เรียกว่า
“ลายตาสมุก” ดอกขนาดใหญ่บานทนทาน ช่อดอกตรง ใบยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
กว้าง 25 เซนติเมตร ปลายใบหยัก ลำต้นตรงแข็งยาวประมาณ 8 – 20 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม

• แวนด้า เทอเรส (Vanda teres)
ชื่ออื่น             เอื้องโมกข์

สกุลแวนด้า (Vanda) ตอนที่ 1

แวนด้า เป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงง่ายและบานทนนาน กล้วยไม้สกุลนี้เกือบทั้งหมดเป็นกล้วยไม้รากอากาศ (epiphytic) เป็นกล้วยไม้ที่มีลำต้นแท้ (monopodial) อาศัยอยู่ในที่สูง บางชนิดมีใบกลมคล้ายไข่ ปรับตัวได้ดีในที่แห้งแล้ง ลำต้นกลมยาวหลายเมตร เติบโตได้ดีในประเทศไทย ดอกส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง น้ำตาล แต่ก็มีที่เป็นสีขาว เขียว ส้ม แดง หรือสีเหมือนไวน์ ปาก(lip) มีเกสรขนาดเล็ก ปกติดอกจะบานทุก 2 – 3 เดือน และดอกจะบานเป็นเวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์

นอกจากความสวยงามแล้วกล้วยไม้สกุลแวนด้ายังมีความสำคัญในด้านอื่น เช่น แวนด้า มิส โจเคียม (Vanda Miss Joaquim) เป็นดอกไม้ประจำชาติของสิงคโปร์ นับเป็นกล้วยไม้ลูกผสมแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดระหว่างแวนด้าฮุคเคอเรียนา (Vanda hookerana) และแวนด้า เทอเรส (Vanda teres) ลำต้นสามารถสูงได้เท่ากับมนุษย์คนหนึ่ง ค้นพบโดยแองนี โจเคียม (Agnes Joaquim) ชาวอาร์เมนเนียน [...]