การปลูกกล้วยไม้สกุลหวาย
นิยมปลูกด้วยหน่อ โดยตัดแยกจากลำเดิม 2 – 3 หน่อแล้วแยกขยายใหม่ ส่วนมากจะปลูกลงในกระถางดินเผาเพราะรักษาความชุ่มชื้นได้ดีเหมาะกับกล้วยไม้ สกุลหวาย โดยเจาะรูรอบกระถางเพื่อให้ระบายน้ำและอากาศผ่านได้สะดวก ขนาดแล้วแต่กล้วยไม้ที่นำมาปลูก ถ้ากล้วยไม้ขนาดเล็กให้ใช้กระถางเล็ก
วัสดุหรือเครื่องปลูกสำหรับกล้วยไม้สกุลหวาย
การ ปลูกกล้วยไม้สกุลหวายที่อาจเลือกใช้เครื่องปลูกที่จะใส่ลงในกระถางอย่างใด อย่างหนึ่งแล้วแต่ความสะดวกของผู้ปลูก โดยพิจารณาถึงข้อดีและข้อด้อยของเครื่องปลูกนั้น
กล้วยไม้ในสกุลหวาย
เอื้องผึ้ง (Dendrobiu maggregatum)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้
ลักษณะ ช่อหนึ่งมีมากกว่า 20 ดอก พื้นดอกสีเหลืองอ่อน ปากสีเหลืองเข้ม ขนาดดอกโตประมาณ 3 เซนติเมตร เป็นกล้วยไม้ที่มีลำลูกกล้วยป้อมสั้นและเบียดกันแน่น ลักษณะใบแข็งหนาสีเขียวจัด ก้านช่อดอกอ่อนโค้งลงมา
ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
เอื้องม่อนไข่ (Dendrobium thyrsiflorum)
ชื่ออื่น เอื้องม่อนไข่ใบมน
แหล่งที่พบ ตามป่าดิบที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะ ดอก เป็นช่อ ช่อดอกห้อยเป็นพวงยาว ดอกแน่น กลีบดอกสีขาวกางผายออก โคนกลีบปากกระดกม้วนขึ้น ปลายแหลม ม้วนขึ้นสีเหลือง ภายในมีขนแต่ริมสันปากไม่มีขน ขนาด ดอกโตประมาณ 2-4 เซนติเมตร บานพร้อมกันทั้งช่อและบานนานประมาณ 1 สัปดาห์ มีใบประมาณ 3-4 ใบ ลักษณะใบแหลมยาวประมาณ 10-18 เซนติเมตร มีลำลูกกล้วยลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมค่อนข้างกลมหรือแบนโคนเล็กและใหญ่ด้านบน
ออกดอกเดือนมกราคม – เมษายน
คำว่า เดนโดรเบียม (Dendrobium) ซึ่งเป็นชื่อของกล้วยไม้ในสกุลหวายมาจากคำว่า เดนดรอน (dendron) แปลว่าต้นไม้ และไบโอ (bios) ซึ่งหมายถึง ชีวิต กล้วยไม้สกุลหวายเป็นกล้วยไม้เมืองร้อนที่มีจำนวนมากกว่า 1,200 ชนิด ซึ่งนับว่าเป็นสกุลกล้วยไม้ที่มีจำนวนชนิดมากที่สุด กล้วยไม้ชนิดนี้เป็นทั้งกล้วยไม้รากอากาศ(epiphytic) ที่เติบโตบนต้นไม้และต้นไม้กึ่งดิน(lithophytic) ที่เติบโตบนหินอีกทั้งยังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ภูเขาสูงหิมาลัย (Himalayan mountains) ไปจนถึงป่าฝนเขตร้อนชื้น รวมทั้งทะเลทรายที่แห้งแล้งของออสเตรเลีย เติบโตอย่างรวดเร็วในฤดูร้อน แต่แทบจะหยุดการเจริญเติบโตในฤดูหนาว จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิจะมีรากใหม่ออกมา