Tuesday, May 19, 2009

สกุลฟาแลนนอปซิส (Phalaenopsis)

กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส (Phalaenopsis) มีประมาณ 60 ชนิด ชื่อดั้งเดิมมาจากภาษากรีกคำว่า ฟาไลนา (phalaina) หมายถึง “ผีเสื้อกลางคืน” และคำว่า ออปซิส (opsis) หมายถึง “เหมือน” ด้วยลักษณะดอกที่เหมือนผีเสื้อกลางคืน ดังนั้นบางครั้งกล้วยไม้สกุลนี้จึงถูกเรียกว่า กล้วยไม้ผีเสื้อกลางคืน (Moth orchids)
ฟาแลนนอปซิส เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากเทือกเขาหิมาลัย (Himalayan) ไปจนถึงเกาะโพลิลโล(Polillo) และพาลาวัน (Palawan) ในฟิลิปปินส์ จนกระทั่งทางเหนือของออสเตรเลีย ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ฟาแลนนอปซิสจะเติบโตได้ดีในที่อบอุ่น อุณหภูมิประมาณ 20 – 35 องศาเซลเซียส แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับถิ่นที่อยู่ได้จนถึงอุณหภูมิประมาณ 15 – 30 องศาเซลเซียส และที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียสก็สามารถลดการให้น้ำเพื่อป้องกันโรครากเน่าได้ ฟาแลนนอปซิสต้องการความชื้นสูงประมาณ 60-70% ออกดอกในเวลากลางคืนเมื่ออุณหภูมิต่ำลงประมาณ 5 – 6 องศาและบานต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ สำหรับทางตะวันตกส่วนใหญ่จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง







เกาะกล้วยไม้ (Orchid Island) ในใต้หวัน (Taiwan) ได้รับการตั้งชื่อหลังจากค้นพบกล้วยไม้ชนิดนี้ตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในการวิจัยเมื่อปลายทศวรรษที่ผ่านมา กล้วยไม้ในสกุลนี้ที่มีชื่อเสียงได้แก่ ฟาแลนนอปซิส อเมบิลิส (Phalaenopsis amabilis) หรือกล้วยไม้พระจันทร์ (Moon Orchid) เป็นกล้วยไม้รากอากาศ(epiphytic) มีเพียงบางส่วนที่เป็นรากกึ่งอากาศ (lithophytes) โดยจะพบกล้วยไม้ชนิดนี้ได้ในที่ราบชุ่มชื้นสูง มีแสงแดดรำไร นอกจากนี้ในที่แห้งแล้งและอากาศเย็นก็พบได้เช่นกัน เนื่องจากกล้วยไม้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้ ฟา แลนนอปซิสเป็นหนึ่งในกล้วยไม้ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นทางธุรกิจการค้าขายกล้วย ไม้โดยนิยมขายทั้งกระถางในลักษณะที่มีการจัดแต่งดอกอย่างสวยงามและใช้ในการ ขยายพันธุ์ กล้วยไม้สกุลนี้เป็นหนึ่งในกล้วยไม้เมืองร้อนที่นิยมเก็บสะสมกันในยุควิคตอเรียน(Victorian) จนกระทั่งกล้วยไม้ตามธรรมชาติอยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีการเพาะเลี้ยงทั้งพันธุ์แท้และลูกผสมเพื่อตอบสนองต่อธุรกิจการ ค้ากล้วยไม้ต่อไป

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก รากขนาดใหญ่

ลำต้น ลำต้นสั้น เป็นกล้วยไม้ประเภทลำต้นแท้ (mopodial) ไม่มีลำลูกกล้วย (pseudobulbs) เติบโตจากทางยอด

ใบ ใบอวบน้ำหนากว้าง โดยทั่วไปอาจมีใบประมาณ 4 – 5 ใบแต่ถ้าสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ก็อาจมีใบได้ถึง 10 ใบหรือมากกว่านี้

ดอก มีสีขาว ชมพู เหลือง ก้านช่อยาว เมื่อดอกบานจะบานเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ และสามารถเก็บรักษาไว้ในบ้านได้นานอย่างน้อยประมาณ 2 – 3 เดือนซึ่งนับว่านานมากในการเก็บรักษากล้วยไม้

ถิ่นกำเนิด

ฟิลิปปินส์ ชวา เกาะสุมาตรา(Sumatra) มาเลเซีย

กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิสบางชนิดในไทย

ฟาแลนนอปซิส คอร์นูเซอวี (Phalaenopsis cornucervi)

ชื่ออื่น เบรดา (Breda) เขากวาง เขากวางอ่อน เอื้องม้าลาย เอื้องเขากวาง เอื้องจะเข็บ

แหล่งที่พบ อินเดีย พม่า ลาว มาเลเซีย ไทยบริเวณป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้น

ลักษณะ กลีบดอกสีเหลืองมีลายสีน้ำตาลแดง ใบยาว 10 – 15 เซนติเมตร กว้าง 2 – 4 เซนติเมตร

ออกดอกเดือนมิถุนายน – ตุลาคม

ฟาแลนนอปซิส โลววี่ (Phalaenopsis lowii)

ชื่ออื่น ผีเสื้อชมพู

แหล่งที่พบ พม่า ภาคตะวันตกของไทย

ลักษณะ กลีบดอกสีชมพู ไปจนถึงม่วง ขนาดดอกประมาณ 3 – 4 เซนติเมตร ใบยาวประมาณ 8 – 14 เซนติเมตร กว้าง 2 – 4 เซนติเมตร

ออกดอกเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน

ฟาแลนนอปซิส เพริสชี (Phalaenopsis parishii)

ชื่ออื่น ผีเสื้อน้อย

แหล่งที่พบ อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ พม่า ไทยภาคเหนือและภาคตะวันตก

ลักษณะ กลีบดอกสีขาว ปาก(lip) สีชมพูจนถึงม่วง ขนาดดอกประมาณ 1 เซนติเมตร ใบยาว 6 – 10 เซนติเมตร กว้าง 2 – 3 เซนติเมตร

ออกดอกเดือนมีนาคม - พฤษภาคม

การปลูกกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส

โดยทั่วไปอาจใช้เครื่องปลูกเป็นออสมันดา มะพร้าวสับหรือใยมะพร้าวก็ได้ สำหรับภาชนะทั่วไปใช้กระถางดินเผาแต่ถ้าไม่สะดวกอาจใช้กระถางพลาสติกแทนได้ โดยวางกล้วยไม้ให้โคนต้นอยู่ต่ำกว่าขอบกระถาง สำหรับการใช้ออสมันดาให้ปลูกลงในกระถางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว ต้องระวังอย่าให้แน่นมากนักพอให้พยุงลำต้นได้ หากต้นโตมากขึ้นให้เปลี่ยนกระถางเป็น 2 นิ้ว การปลูกโดยใช้มะพร้าวสับหรือใยมะพร้าวก็ใช้วิธีการเดียวกันแต่ต้องระวังในเรื่องความสะอาดและความชื้นมิให้ชื้นแฉะทิ้งไว้เป็นเวลานาน การปลูกกล้วยไม้สกุลนี้มักปลูกก่อนฤดูฝนเนื่องจากถ้าปลูกในฤดูฝนอาจทำให้เกิดใบและยอดเน่า

แสงแดด
ควรมีการกรองแสงประมาณ 60 - 70 % อากาศถ่ายเทสะดวก


น้ำ

รดน้ำในเวลาเช้าก่อนแสงอาทิตย์ส่อง โดยใช้หัวฉีดเป็นฝอยละเอียด ในฤดูฝนต้องระวังมิให้ใบโดนน้ำฝนจนช้ำ โดยเฉพาะลูกกล้วยไม้ อาจปลูกโดยแขวนต้นให้สูงจากพื้นมาถึงระดับเอวหรือวางไว้บนโต๊ะ

ปุ๋ย

ให้ปุ๋ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยใช้สูตร 16 – 21 – 27 หรือใช้สูตรอื่นได้แต่ควรเน้นให้มีโพแทสเซียมสูงเพื่อช่วยรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของใบ

No comments:

Post a Comment