Monday, May 25, 2009

สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum) ตอนที่ 1

คำว่าพาฟิโอเพดิลัม (Paphiopedilum) มาจากภาษากรีกคำว่าพาโฟส (Paphos) ซึ่งเป็นชื่อเมืองบนเกาะไซปรัส (Cyprus) และเพดิลอน (pedilon) ในอดีตกล้วยไม้ในสกุลนี้หลายชนิดได้เคยถูกจัดเป็นสกุลซีพริพีเดียม(Cypripedium) มาก่อน จนกระทั่งชื่อของกล้วยไม้รองเท้านารีได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1959 บางครั้งกล้วยไม้รองเท้านารีหรือพาฟิโอเพดิลัม (Paphiopedilum) อาจเรียกว่าพาฟส์ (Paphs) ซึ่งเป็นชื่อย่อ นอกจากนี้ยังมีชื่อสามัญว่า Lady’s or Venus’ Slipper Orchids หมายถึงรองเท้านารี หรือรองเท้าของวีนัส (เทพธิดาแห่งความงามตามความเชื่อของกรีกและโรมัน) รองเท้านาง รองเท้าแตะนารี หรือ บุหงากะสุต ในภาษามาเลเซียซึ่งหมายถึงรองเท้าผู้หญิง ตามลักษณะของกระเป๋าหรือถุงที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้ชนิดนี้ที่ดูคล้ายรองเท้าของผู้หญิง ประมาณช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 นักสำรวจชาวอังกฤษ ได้เริ่มนำกล้วยไม้รองเท้านารีต้นแรก คือพาฟิโอเพดิลัม วีนัสตัม (Paphiopedilum venustum) จากป่าในประเทศอินเดีย กลับไปปลูกเลี้ยงในประเทศอังกฤษ ชาวจีนค้นพบกล้วยไม้พาฟิโอเพดิลัม อาร์มีเนียคัม (Paphiopedilum armeniacum) หนึ่งในสกุลกล้วยไม้รองเท้านารีในปี ค.ศ. 1979 แล้วก็ได้จัดดอกไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในกล้วยไม้ที่แปลกประหลาดในปี ค.ศ. 1982 เนื่องด้วยความงามของดอกที่ดูราวกับทองคำ






ปัจจุบันกล้วยไม้รองเท้านารีจัดเป็นกล้วยไม้หายากที่ได้รับการอนุรักษ์และมีราคาสูงมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง โดยในปี พ.ศ. 2544 มีผู้ประเมินราคากล้วยไม้รองเท้านารีสายพันธุ์ยูนาน (Yunan) ประเทศจีนไว้ถึง 2.5 ล้านบาท ในการอนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารีในประเทศไทย มีโครงการ คืนกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ดำเนินการโดยกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีจุดมุ่งหมายคือนำเมล็ดพันธุ์กล้วยไม้มาเพาะในห้องปฏิบัติการแล้วนำต้นกล้าไปปลูกที่โรงเรือนใกล้กับป่าธรรมชาติ ก่อนจะนำกลับคืนสู่ป่าในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดเชียงใหม่ และกล้วยไม้ที่นำมาทดลองเป็นต้นแรกคือ กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ นอกจากนี้ยังมีการค้นคว้าและทดลองเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีในภาคใต้ด้วย



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ราก รากเป็นกระจุกที่โคนต้น ไม่มีลำลูกกล้วย หน่อใหม่แตกเป็นกอจากตาที่โคนต้น

ลำต้น เป็นส่วนเหง้าหรือไรโซม ต้นหนึ่งประกอบด้วยต้นย่อยหลายต้น มีขนาดสั้น

ใบ มีลักษณะแตกต่างกันตามชนิด บางชนิดใบยาว บางชนิดใบมีลาย บางชนิดใบชูขึ้น

ดอก มีทั้งดอกเดี่ยวและออกดอกเป็นช่อ กลีบดอกที่โดดเด่นคือกลีบด้านใน ซึ่งอยู่ข้างล่างโดยลักษณะของกลีบจะมีรูปร่างคล้ายรองเท้าขนาดเล็ก ภายในดอกมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน แต่เส้าเกสรจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นแผ่นบาง ๆ บริเวณยอดแทนที่อับเรณู เรียกว่า สตามิโนด (starminod) เกสรตัวผู้จะอยู่ทางด้านล่างของเส้าเกสรทั้ง 2 ข้าง แต่ละข้างมีอับเรณูที่เป็นก้อนแข็งอยู่ ถัดลงมาเป็นแอ่งของยอดเกสรตัวเมียที่มีเมือกเหนียว และรังไข่อยู่บริเวณก้านดอก เมื่อออกดอกแล้วจะตาย แต่ก่อนตายจะมีหน่อใหม่เกิดขึ้นมาและเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ต่อไป





ถิ่นกำเนิด
แหล่งกำเนิดของกล้วยไม้รองเท้านารีอยู่ที่เขตร้อนชื้นบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย รวมทั้งประเทศไทย บางชนิดพบตามต้นไม้ บางชนิดอยู่ตามพื้นดินและซอกหินที่มีซากต้นไม้ ป่าโปร่งแสงแดดส่องถึง


 อ่านต่อ >> สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum) ตอนที่ 2
อ่านต่อ >> สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum) ตอนที่ 3
อ่านต่อ >> สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum) ตอนที่ 4

No comments:

Post a Comment