Sunday, May 24, 2009

สกุลเข็ม (Ascocentrum) ตอนที่ 2

ในประเทศไทยมีกล้วยไม้สกุลเข็มแท้อยู่ 4 ชนิดคือ เข็มแสด เข็มแดง เข็มม่วง และเข็มหนู แต่สกุลที่มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงพันธุ์คือ เข็มแดง เข็มแสด และเข็มม่วง
•  เข็มแดง(Ascocentrum curvifolium)

ชื่ออื่น เอื้องเข็มแดง เอื้องม้าก่ำ
แหล่งที่พบ ประเทศอินเดีย พม่า ไทย แถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ที่ระดับความสูง 100-300 เมตร
ลักษณะ ดอกสีแดงอมส้ม ดอกขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร ช่อดอกรูปทรงกระบอก ตั้งตรง แข็ง ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ดอกบานทนใบมีสีเขียวอ่อน ค่อนข้างอวบน้ำ ใบแคบ โค้ง เรียว ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร
ออกดอกเดือนเมษายน - พฤษภาคม







เข็มแสด(Ascocentrum miniatum)

ชื่ออื่น             เอื้องเข็มแสด พุ่มสุวรรณ เอื้องมันปู เอื้องฮางคาง เอื้องฮ่องคำ เอื้องเหลืองพระฝาง
แหล่งที่พบ      อินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ทุกภาคของประเทศไทย ทั้งในลักษณะภูมิประเทศที่ราบและภูเขา
ลักษณะ          ดอกมีกลีบหนา ผิวกลีบเป็นมันสีส้มหรือสีเหลืองส้ม ขนาดดอกโตประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก ช่อหนึ่งอาจมีมากกว่า 50 ดอก ดอกบานทนทาน มี ลำต้นไม่สูงนัก ใบเรียงซ้อนกันแน่น ใบอวบหนา สีเขียวแก่ และอาจมีสีม่วงบ้างเล็กน้อย เมื่อมีสภาพอากาศแห้งแล้ง ใบยาวประมาณ 20 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร
ออกดอก        เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม


เข็มม่วง(Ascocentrum ampullaceum)

ชื่ออื่น             เอื้องเข็มม่วง เอื้องเขาแกะใหญ่ เอื้องขี้ครั่ง เอื้องครั่งฝอย เขาแกะ
แหล่งที่พบ      อินเดีย ภูฏาน เนปาล เทือกเขาหิมาลัย (Himalayas) ทางตะวันตกเฉียงเหนือพม่า
แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี
ลักษณะ           ดอกสีม่วงแดง ก้านดอกสั้นเป็นสีเดียวกับดอก เดือยดอกยาวดอกโตประมาณ1.5 - 2 เซนติเมตร ออกดอกช่อละประมาณ 30 ดอก ลำต้นตั้งแข็ง ใบแบนยาวประมาณ 15 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่ออากาศแห้งแล้งจะมีจุดสีม่วงขึ้นบริเวณใบ
ออกดอก         เดือนมีนาคม - พฤษภาคม


เข็มหนู(Ascocentrum semiteretifolium)

ชื่ออื่น              เอื้องเข็มชมพู
แหล่งที่พบ       ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ป่าดิบแล้งภาคเหนือ พบเฉพาะในประเทศไทย
ระดับความสูง 1,800-1,900 เมตร
ลักษณะ           ดอกสีม่วงอ่อน ขนาดดอก 2 – 3 เซนติเมตร ใบกลมหนา มีร่องลึกทางด้านบนของใบ ใบกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร ต้นสูง 3 – 5 เซนติเมตร
ออกดอก         มีนาคม - เมษายน


แอสโคเซนตรัม เกเรวี คริสเตนสัน (Ascocentrum garayi Christenson)

ชื่ออื่น              แอสโคเซนตรัม มิเนียตัม (Asctm. miniatum) กาเรย์ แอสโคเซนตรัม (Garay’s Ascocentrum)
แหล่งที่พบ       เทือกเขาหิมาลัย (Himalayas) มาเลเซีย เวียดนาม พม่า ชวา ฟิลิปปินส์ ที่ป่าความสูงประมาณ 1,000 เมตร อากาศอบอุ่น
ลักษณะ           กลีบดอกสีส้มขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร ใบหนาแข็ง ยาวประมาณ 10 – 24 เซนติเมตร มีจุดสีม่วงบนใบ ลำต้นขนาดเล็กตั้งตรง
ดอกบานในฤดูใบไม้ผลิ



การปลูกกล้วยไม้สกุลเข็ม


กล้วยไม้สกุลเข็มเป็นกล้วยไม้ขนาดเล็กที่เกาะเกี่ยวกับต้นไม้ชนิดอื่น ไม่ผลัดใบ เมื่อเติบโตแล้วอาจสูงได้ประมาณ 60 เซนติเมตร ภาชนะที่ปลูกได้แก่ กระถางทรงเตี้ยหรือกระเช้าไม้สัก เมื่อปลูกในช่วงแรกอาจใส่เครื่องปลูกจำพวกออสมันดา(osmunda) จนกระทั่งเมื่อรากแข็งแรงดี สังเกตได้จากมีรากพันกระถางแล้วก็ย้ายภาชนะได้ โดยนำภาชนะไปแช่น้ำ ดึงออสมันดาออกระวังอย่าให้รากขาด เมื่อย้ายภาชนะแล้วจะใส่ถ่านเพื่อให้รากติดเร็วขึ้นก็ได้ การนำไปแขวนให้แขวนโดยหันด้านหนึ่งไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสง

แสงแดด
ควรปลูกในที่มีแสงแดดส่องตลอดวัน แต่ต้องระวังไม่ให้โดนแสงแดดจัดเกินไป ไม่ชอบอากาศหนาว ดังนั้นในฤดูหนาวจึงควรปลูกในที่ร่ม ในประเทศไทยมีฤดูหนาวไม่ชัดเจนนักจึงอาจปลูกกลางแจ้งได้ แต่ควรมีที่กำบังฝนเพื่อป้องกันรากเน่า โดยทั่วไปควรมีแสงประมาณ 50 %


น้ำ
เวลารดให้รดจนชุ่ม ถ้าอากาศชื้นโดยทั่วไปให้น้ำไม่ต้องบ่อยนัก โดยสังเกตจากอุณหภูมิถ้าแห้งแล้งก็ให้น้ำมากขึ้น โดยเฉลี่ยให้น้ำทุก 1 – 2 สัปดาห์ ระวังอย่าให้น้ำมีความเป็นกรดหรือกระด้างส่วนใหญ่ให้ค่า pH อยู่ในระดับ 6 – 7


ปุ๋ย
ให้ปุ๋ยสูตร 13 – 27 – 27 เมื่อกล้วยไม้มีใบ 6 – 7 ใบ เป็นปุ๋ยผสมน้ำรดประมาณ 5 – 7 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง เพื่อเร่งให้ออกดอก


อ่าน  >>  สกุลเข็ม ( Ascocentrum)  ตอนที่ 1

No comments:

Post a Comment