Saturday, May 23, 2009

สกุลกุหลาบ (Aerides)

สกุลกุหลาบ (Aerides)


กล้วยไม้สกุลกุหลาบ (Aerides) มีอีกชื่อว่ากล้วยไม้หางแมว (Cat’s-tail Orchid) หรือพู่จิ้งจอก (Fox Brush Orchid) ลักษณะคล้ายกับสกุลแวนด้า (Vanda) ตรงลำต้นเนื่องจากเป็นกล้วยไม้รากอากาศเหมือนกัน ลักษณะที่โดดเด่นคือบางชนิดมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นกุหลาบ กลีบดอกสวยสะดุดตา เพาะเลี้ยงง่าย เหมาะกับการนำไปผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม้
กุหลาบ “บางกอกซันเซ็ท” (ฺBangkok Sunset) กล้วยไม้ลูกผสมระหว่าง กุหลาบอินทจักร x เขาแกะ x กุหลาบเหลืองโคราช   มีกลิ่นหอมและสีสันสวยงาม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ราก                         รากใหญ่และยาว
ลำต้น                     เป็นกล้วยไม้ที่มีลำต้นแท้ (monopodial) บางต้นมียอดเดียว บางต้นสูง บางต้นห้อยลงมักเกาะอยู่ตามต้นไม้
ใบ                           บางชนิดใบเป็นรูปสามเหลี่ยม บางชนิดใบคล้ายรูปหัวใจ บางชนิดใบหยัก บางชนิดปลายใบมน
ดอก                       กลีบดอกเป็นมันคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง มีทั้งสีเหลือง สีม่วง สีชมพู และสีขาวที่ค่อนข้างหาได้ยาก ช่อดอกเป็นห้อยลงมาเป็นพวง ปลายช่อโค้งลง เดือยดอกตรง ฝาครอบอับเรณูแหลม บานเป็นระยะเวลานาน
ถิ่นกำเนิด
ส่วนใหญ่พบในทวีปเอเชีย เช่น อนุทวีปอินเดีย (Indian subcontinent) เนปาล ทางตอนใต้ของจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิลิปปินส์ และนิว กีเนีย (New Guinea) ในประเทศไทยพบได้ตามป่าร้อนชื้น เติบโตได้ดีในที่แสงแดดส่องถึง
กล้วยไม้สกุลกุหลาบ
• แอริดิส โอโดราตา (Aerides odorata)
ชื่ออื่น                    กุหลาบกระเป๋าปิด เอื้องกุหลาบขาว เอื้องพวงกุหลาบ เอื้องกุหลาบเดือยไก่ เอื้องเป็ดน้อยม้าหมุย
แหล่งที่พบ           ทั่วทุกภาคของไทย ยกเว้นตะวันออกเฉียงใต้ ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซียอินโดนีเซีย อินเดีย เนปาล
ลักษณะ                กลีบดอกสีขาว ปลายกลีบสีม่วงแดงอ่อน ปลายปากสีม่วงพับเข้ามาปิดเกสร เดือยดอกโค้ง มีกลิ่นหอม ช่อหนึ่งมีประมาณ 30 ดอก ใบปลายหยักยาวประมาณ 25 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ลำต้นบิดเป็นเกลียวเล็กน้อย หรือตั้งตรงยาว 20 – 70 เซนติเมตร
ออกดอก              เดือนเมษายน – พฤษภาคม
• แอริดิส ฟาลคาตา (Aerides falcate)
ชื่ออื่น                     กุหลาบกระเป๋าเปิด เอื้องกุหลาบพวง เอื้องกุหลาบป่า เอื้องคำสบนก เอื้องด้ามข้าว เอื้องปากเป็ด
แหล่งที่พบ            ทั่วทุกภาคของประเทศไทย อินเดียแคว้นอัสสัม พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามอินโดนีเซีย
ลักษณะ                 กลีบดอกสีขาว ปลายกลีบสีม่วงอมชมพู ช่อดอกห้อย กลิ่นหอม มีปาก(lip) กว้างยื่นออกมาด้านหน้า เดือยดอกตรง ใบยาว 20 – 30 เซนติเมตร กว้าง 2- 4 เซนติเมตรลำต้นตรงหรือเอนลงเล็กน้อย
ออกดอก เมษายน – พฤษภาคม
• แอริดิส ฮูเลทเทียนา (Aerides houlletiana )
ชื่ออื่น                    กุหลาบเหลืองโคราช เอื้องกุหลาบโคราช
แหล่งที่พบ            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม
ลักษณะ                 กลีบดอกสีเหลือง ดอกขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร ใบและช่อดอกคล้ายกุหลาบกระเป๋าเปิด(Aerides odorata) แต่สั้นกว่า ใบยาว 12 – 16 เซนติเมตร กว้าง 2.5 – 3 เซนติเมตร ใบหนาแข็ง
ออกดอกเดือนเมษายน – กรกฎาคม
• แอดิริส คราสสิโฟเลีย (Aerides crassifolia)
ชื่ออื่น                     กุหลาบแดง เอื้องกุหลาบ ช้างแดง เอื้องฟ้าห้ำ
แหล่งที่พบ             ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย นครนายก กาญจนบุรี พม่า ลาวเวียดนาม
ลักษณะ                 กลีบดอกสีแดงม่วง 1 ช่อ มีประมาณ 10 ดอก เดือยยาวงอนขึ้น ใบยาวประมาณ 18 เซนติเมตรหรือสั้นกว่า กว้าง 4 – 5 เซนติเมตร ใบหนา ลำต้นสูงประมาณ
10 – 15 เซนติเมตร
ออกดอก                เดือนเมษายน – พฤษภาคม
• แอริดิส ฟลาเบลลาตา (Aerides flabellata)
ชื่ออื่น                    กุหลาบอินทรจักร เอื้องอินทจักร เอื้องนกพิราบ เอื้องทางเมขลา เอื้องสามปอยลิง
แหล่งที่พบ             ภาคเหนือของไทย พม่า ยาว ประเทศจีน มลฑลยูนาน (Yunan)
ลักษณะ                 กลีบดอกสีเขียมอมเหลือง ปลายสีน้ำตาลปนม่วง ช่อดอกตั้งขึ้นหรือโค้งลงเล็กน้อยเดือยยาวงอน ฝาครอบอับเรณูกว้างและมน ช่อดอก 1 ช่อมีประมาณ 5 – 10 ดอก ต้นยาว 12 – 20 เซนติเมตร ใบยาว 1.8 – 2 เซนติเมตร ยาว 10 – 12 เซนติเมตร
ออกดอก               เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม
• แอริดิส โรซี (Aerides  rosea)
ชื่ออื่น                    กุหลาบน่าน กุหลาบเอราวัณ กุหลาบไอยรา
แหล่งที่พบ            ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภูฏาน อินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม จีน มณฑลยูนาน (Yunan)
ลักษณะ                กลีบดอกสีชมพู กลีบปากเป็นมุมแหลม เดือยดอกสั้น ก้านดอกแข็ง ช่อดอกโค้งลง กลิ่นหอม ใบหนายาว 12 – 15 เซนติเมตร กว้าง 2 เซนติเมตร ปลายใบหยัก ลำต้นสุงประมาณ 8 – 15 เซนติเมตร

ออกดอก               เดือนเมษายน – มิถุนายน








• แอริดิส มัลติฟลอรา (Aerides multiflora)
ชื่ออื่น                    กุหลาบมาลัยแดง เอื้องพวงมาลัย เอื้องเป็ดน้ำ เอื้องนกน้อย เอื้องหางจ้อน
แหล่งที่พบ            ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครนายก ชลบุรี กาญจนบุรี ต่างประเทศพบใน เนปาล สิกขิม ภูฏาน
ลักษณะ                 กลีบดอกสีม่วงแดง บริเวณปลายกลีบมีสีเข้ม บางชนิดมีดอกสีขาวเรียกว่า “มาลัยเผือก”กลิ่นหอม ช่อดอกโค้งยาว 20 – 30 เซนติเมตร ลำต้นแข็งแรง ใบหนาโค้ง ยาว 15 – 25 เซนติเมตร กว้าง 2.5 – 4 เซนติเมตร ลำต้นสูงประมาณ 5 – 15 เซนติเมตร
ออกดอก               เดือนเมษายน – พฤษภาคม
• แอริดิส กระบี่เอนเซ (Aerides krabiense)
ชื่ออื่น                    กุหลาบชมพูกระบี่ พวงชมพู เอื้องกุหลาบกระบี่ กระบี่ธุช กุหลาบกระบี่
แหล่งที่พบ             พบในประเทศไทยครั้งแรกที่จังหวัดกระบี่ และบริเวณใกล้เคียง พังงา ประเทศมาเลเซีย
ลักษณะ                 กลีบดอกสีขาว มีจุดสีม่วงแดงหรือชมพูเข้ม 1 ช่อมี 10 – 15 ดอก ขนาดดอกประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอม ใบแคบหนายาว 6 – 12 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตรต้นเพรียวบาง ยาว 10 – 20 เซนติเมตร
ออกดอก                เมษายน – พฤษภาคม
1
การปลูกกล้วยไม้สกุลกุหลาบ
การปลูกกล้วยไม้สกุลกุหลาบซึ่งเป็นพวกรากอากาศ มักใช้วิธีการเพาะเมล็ดแล้วนำไปลูกในกระถางหรือตัดยอดไปปลูก หรือใช้กระเช้าไม้สักในการปลูก ส่วนเครื่องปลูกที่นิยมใช้ เช่น ถ่านออสมันดา เศษไม้
.
วิธีปลูก
• กล้วยไม้ขนาดเล็ก
ปลูกลงในกระถางทรงเตี้ย ใส่เครื่องปลูกที่เป็นออสมันดา เมื่อเติบโตแล้วจึงเปลี่ยนกระถางให้ขนาดใหญ่ หรือใช้กระเช้าไม้สักโดยไม่ต้องใส่เครื่องปลูกแขวนด้วยลวด
• กล้วยไม้ที่ตัดยอดหรือแขนงมาปลูก
เลือกภาชนะที่เหมาะกับลำต้น ส่วนใหญ่ใช้กระเช้าไม้สักหรือกระถางทรงเตี้ย ปลูกลงในออสมันดาหรือเครื่องปลูกก่อนจนต้นไม้ออกรากก็ไม่ต้องใส่เครื่องปลูกปล่อยให้รากเกาะกับภาชนะแล้วใส่ปุ๋ยและน้ำให้เพียงพอ
แสงแดด
ควรได้รับแสงแดดรำไร โดยเฉพาะแดดในตอนเช้าจะทำให้กลีบดอกมีสีสดใสไม่ซีดจาง
น้ำ
รดน้ำให้ชุ่มในช่วงเช้าก่อนแดดแรง ควรใช้น้ำสะอาดพ่นโดยใช้หัวฉีด หากเป็นน้ำจากแม่น้ำควรทิ้งไว้ให้ตกตะกอนก่อน
ปุ๋ย
ควรรอให้รากเริ่มเกาะภาชนะที่ปลูก จึงให้ปุ๋ยสูตรเร่งราก 7 – 10 วันต่อครั้ง ในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่กล้วยไม้พักตัวจึงไม่ต้องให้ปุ๋ยมากนัก

No comments:

Post a Comment