Thursday, May 14, 2009

กล้วยไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ตอนที่ 1

ในปัจจุบันกล้วยไม้เมืองไทย มีจำนวนประมาณ 1,125 ชนิด สูญพันธุ์ไปแล้ว 20 ชนิด และใกล้สูญพันธุ์อีก 20 ชนิด กล้วยไม้ชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทยมีมากกว่า 20 ชนิด ทั้งที่เป็นการรายงานใหม่และการค้นพบแล้วแต่รอการจำแนกโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคาดกันว่าในประเทศไทยยังมีกล้วยไม้ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือยังไม่ถูกค้นพบอีกหลายชนิด นอกจากนี้กล้วยไม้ลูกผสมและกล้วยไม้ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดยคนไทยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรก็ยังมีเพิ่มขึ้นเสมอ

กล้วยไม้นามพระราชทาน

แคทลียา “ควีนสิริกิติ์” (Cattleya Queen Sirikit) บุปผาราชินี








เมื่อบริษัท Black & Flory Ltd. แห่งประเทศอังกฤษ ได้คิดค้นกล้วยไม้ลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์ แคทลียา โบเบลล์ (Cattleya Bow Bells) และต้นพ่อพันธุ์แคทลียา ออเบรียนเนียนา (Cattleya Obrieniana var. aba) ในปี พ.ศ. 2501 และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษ ( The Royal Horticulture Society) จึงได้มีการกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย "สิริกิติ์" เป็นชื่อของกล้วยไม้ลูกผสมพันธุ์นี้ว่า แคทลียา "ควีนสิริกิติ์" และไ้ด้ขึ้นทะเบียนลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2501
.
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ซึ่งถือเป็นวันสตรีไทย ทางสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระราชทานดอกกล้วยไม้พระนาม แทคลียา ควีนสิริกิติ์ เพื่อใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย
.
ลักษณะทั่วไปเป็นต้นกล้วยไม้สูง 20-40 ซม. ลำลูกกล้วยรูปทรงกระบอก ใบรูปขอบขนาน ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 1-4 ดอก สีขาวนวล กลีบรองดอกรูปรีแกมสามเหลี่ยม กลีบดอก 5 กลีบ มีกลีบปากแผ่กว้าง ขอบกลีบย่นเป็นคลื่น ตรงกลางกลีบมีแต้มสีเหลืองทองด้านใน เมื่อบานเต็มที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12-14 ซม. มีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ฝักรูปทรงสามเหลี่ยม ออกดอกตลอดปี

• "สิรินโดรเนีย" (Sirindhornia) กล้วยไม้ใหม่ที่ได้รับการพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพฯ

"สิรินโดรเนีย" (Sirindhornia) เป็น กล้วยไม้ชนิดใหม่ของไทย กล้วยไม้สกุลนี้ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2002 โดย นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ดร.เฮนริค เพเดอร์เซน จากมหาวิทยาลัยโคเปนฮาเกน    ประเทศเดนมาร์ก    ร่วมกับนักพฤกษศาสตร์ไทย   ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน   จากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  จัดเป็นกล้วยไม้ดิน

กล้วยไม้ที่ค้นพบนี้ได้รับพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโ ดยสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ร่วมกับองค์การสวนพฤกษศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ค้นพบกล้วยไม้สกุลใหม่ของโลก 3 สายพันธุ์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และ ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญกล้วยไม้ของโลกโดยเทียบตัวอย่างกับกล้วยไม้ ทั่วโลกกว่า 250,000 สายพันธุ์จากหอพรรณไม้โลก เป็นเวลากว่า 3 ปี จึงพบว่าเป็นสกุลใหม่และสายพันธุ์ใหม่อย่างแท้จริง มีความแตกต่างกับกล้วยไม้ชนิดอื่นๆ มากและทั้งหมดเป็นกล้วยไม้ที่หายาก ในวโรกาสศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ครบรอบ 48 พรรษา จึงได้พระราชานุญาตให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sirindhornia ดังนี้

•  ชนิดที่ 1 ชื่อ เอื้องศรีเชียงดาว Sirindhornia pulchella H.A. Pedersen & S. Indhamusika ชื่อวงศ์ ORCHIDACEAE กล้วยไม้ดิน สูง 10-25 ซม. ใบ แผ่รูปไข่กว้าง มีเส้นใบขนาน ตามยาวประมาณ 8-10 เส้น และมีจุดประสีแดงอมม่วงทั่วไป ช่อดอกสูง 10-30 ซม มีประมาณ 4-12 ดอก ดอก สีชมพูมีประ สีชมพูเข้ม กลีบข้างเป็นสีชมพูแกมขาว แผ่คล้ายหูค่อนข้างกลม สีเขียวแกมชมพู กลีบปากมีจุดประสีแดงหรือสีออกแดงแกมชมพู ส่วนปลายแผ่เป็น 3 พูตื้นๆ ขนาดประมาณ 10-11 มม. เส้าเกสร เป็นก้อนใหญ่ งวงน้ำหวานเป็นหลอดยาวโค้ง ขนาดยาวประมาณ 11-14 มม. เป็นพืชชนิดใหม่ พบเฉพาะที่ดอยเชียงดาว ในประเทศไทย ที่ระดับความสูง 1,800-2,000 เมตร ดอกบานช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน

• ชนิดที่ 2 ชื่อ เอื้องศรีประจิม Sirindhornia mirabilis H.A. Pedersen & P. Suksathan ชื่อวงศ์ ORCHIDACEAE กล้วยไม้ดิน สูง 10-34 ซม. ใบ แผ่รูปไข่กว้าง มีเส้นใบ ขนานตามยาวประมาณ 8-12 เส้น และมีจุดประสีแดงอมม่วงทั้งใบ ช่อดอกสูงได้ถึง 40 ซม มีประมาณ 16-36 ดอก ดอก สีชมพู กลีบข้างแผ่สีอมเขียว ขนาด 1.5 ซม. กลีบปากมีสีชมพูแกมชมพูอ่อน ส่วนโคนแผ่ขยายออกเป็นปีก 2 ข้าง ส่วนกลางคอดกิ่ว ส่วนปลายแผ่ หยักเว้าเป็น 2 พู งวงน้ำหวานส่วนโคนเป็นหลอดตรงส่วนปลายงอโค้ง ขนาด 8-9 มม. เป็นพืชชนิดใหม่ พบเฉพาะที่ดอยหัวหมุด จังหวัดตาก ในประเทศไทย ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 เมตร ดอกบาน ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

• ชนิดที่ 3 ชื่อ เอื้องศรีอาคะเนย์ Sirindhornia monophylla (Collett & Hemsl.) H.A. Pedersen & P. Suksathan ชื่อวงศ์ ORCHIDACEAE กล้วยไม้ดิน สูง 12-40 ซม. ใบ แผ่ รูปรีแกมขอบขนาน มีเส้นใบขนานตามยาว 12-20 เส้น และมีจุดประขนาดค่อนข้างใหญ่ สีแดงอมม่วงทั้งใบ ช่อดอกสูง 10-25 ซม มี 6-40 ดอกดอก สีขาวแกมชมพู มีจุดประสีชมพูเข้ม กลีบข้างแผ่คล้ายหูหรือลักษณะ ค่อนข้างกลม สีชมพูแกมเขียว กลีบปากมีจุดประสีแดงแกมชมพู ส่วนปลายแผ่เป็น 3 พู งวงน้ำหวานเป็นหลอดตรงหรือโค้งเล็กน้อย ขนาดสั้นกว่า 8 มม. เป็นพืชพบใหม่ มีการกระจายเป็นวงกว้าง ตามบริเวณ เขาหินปูน ที่ดอยหัวหมุด จังหวัดตาก ทางตอนเหนือของประเทศไทย รัฐชานสเตทตอนเหนือของประเทศเมียนม่าห์ และแคว้นยูนนาน ทางจีนตอนใต้ ที่ระดับความสูง 800-2,200 เมตร ดอกบาน ช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน

อ่านต่อ >> กล้วยไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ตอนที่ 2
อ่านต่อ >> กล้วยไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ตอนที่ 3

No comments:

Post a Comment