สกุลแวนด้า (Vanda) ตอนที่ 1


แวนด้า เป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงง่ายและบานทนนาน กล้วยไม้สกุลนี้เกือบทั้งหมดเป็นกล้วยไม้รากอากาศ (epiphytic) เป็นกล้วยไม้ที่มีลำต้นแท้ (monopodial) อาศัยอยู่ในที่สูง บางชนิดมีใบกลมคล้ายไข่ ปรับตัวได้ดีในที่แห้งแล้ง ลำต้นกลมยาวหลายเมตร เติบโตได้ดีในประเทศไทย ดอกส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง น้ำตาล แต่ก็มีที่เป็นสีขาว เขียว ส้ม แดง หรือสีเหมือนไวน์ ปาก(lip) มีเกสรขนาดเล็ก ปกติดอกจะบานทุก 2 – 3 เดือน และดอกจะบานเป็นเวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์

นอกจากความสวยงามแล้วกล้วยไม้สกุลแวนด้ายังมีความสำคัญในด้านอื่น เช่น แวนด้า มิส โจเคียม (Vanda Miss Joaquim) เป็นดอกไม้ประจำชาติของสิงคโปร์ นับเป็นกล้วยไม้ลูกผสมแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดระหว่างแวนด้าฮุคเคอเรียนา (Vanda hookerana) และแวนด้า เทอเรส (Vanda teres) ลำต้นสามารถสูงได้เท่ากับมนุษย์คนหนึ่ง ค้นพบโดยแองนี โจเคียม (Agnes Joaquim) ชาวอาร์เมนเนียน (Armenian)

vanda_hybrid_1

ในปี 1893 ส่วนในทางเศรษฐกิจกล้วยไม้สกุลแวนด้าเป็นหนึ่งในห้าสกุลกล้วยไม้ที่สำคัญต่อ การปลูกกล้วยไม้เพื่อจัดจำหน่าย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ที่มีดอกสวยงามเหมาะกับการตัดดอก โดยเฉพาะชนิด แวนด้า โคอีลูเลีย (Vanda coerulea) หรือแวนด้า ฟ้ามุ่ย เป็นหนึ่งในกล้วยไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่มีดอกสีฟ้า ซึ่งหาได้ยากยิ่งและเป็นที่สนใจของนักนิยมสะสมกล้วยไม้ ปัจจุบันกล้วยไม้สกุลแวนด้าในธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแวนด้าฟ้ามุ่ยอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากแหล่งที่ อยู่ได้ถูกบุกรุกทำลายไปมาก กล้วยไม้สกุลนี้ทั้งหมดจึงจัดอยู่ในพืชอนุรักษ์บัญชีที่ 2 (Appendix II) ของไซเตส (CITES)  หมายถึงพันธุ์ที่มีอยู่ค่อนข้างน้อย นำเข้าส่งออกได้ แต่ต้องมีการควบคุมที่เหมาะสม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก          เป็นรากอากาศ
ลำต้น       เป็นกล้วยไม้ลำต้นแท้ (Monopodial) เติบโตทางยอด
ใบ มี 3 แบบ ได้แก่
ใบกลม     ใบแบน และใบร่อง
ดอก         ออกดอกด้านข้าง กลีบนอกและกลีบในคล้ายกัน มีเดือยแหลม ช่อดอกตั้งขึ้น

ถิ่นกำเนิด

ทวีปเอเชีย อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

อ่านต่อ >> สกุลแวนด้า (Vanda) ตอนที่ 2
อ่านต่อ >> สกุลแวนด้า (Vanda) ตอนที่ 3