การปลูกกล้วยไม้สกุลหวาย
นิยมปลูกด้วยหน่อ โดยตัดแยกจากลำเดิม 2 – 3 หน่อแล้วแยกขยายใหม่ ส่วนมากจะปลูกลงในกระถางดินเผาเพราะรักษาความชุ่มชื้นได้ดีเหมาะกับกล้วยไม้ สกุลหวาย โดยเจาะรูรอบกระถางเพื่อให้ระบายน้ำและอากาศผ่านได้สะดวก ขนาดแล้วแต่กล้วยไม้ที่นำมาปลูก ถ้ากล้วยไม้ขนาดเล็กให้ใช้กระถางเล็ก
วัสดุหรือเครื่องปลูกสำหรับกล้วยไม้สกุลหวาย
การ ปลูกกล้วยไม้สกุลหวายที่อาจเลือกใช้เครื่องปลูกที่จะใส่ลงในกระถางอย่างใด อย่างหนึ่งแล้วแต่ความสะดวกของผู้ปลูก โดยพิจารณาถึงข้อดีและข้อด้อยของเครื่องปลูกนั้น

|
วัสดุ |
ข้อดี |
ข้อด้อย |
วิธีปลูก |
| ออสมันดา
รากของเฟิร์น ชนิดหนึ่ง |
ปลูกกล้วยไม้ได้หลายขนาดทั้งเล็กและใหญ่ ทำให้กล้วยไม้เจริญเติบโตได้ดี อายุการใช้งานนานประมาณ 2 ปี |
เกิดเชื้อรา และตะไคร่น้ำได้ง่าย ราคาค่อนข้างแพง |
ล้าง แช่น้ำ หรือต้มเพื่อ
ฆ่าเชื้อรา รองก้นกระถาง ด้วยเศษกระเบื้อง แล้วใส่ ออสมันดาลงในกระถาง ตามด้วยกล้วยไม้ที่นำมา ปลูก |
| กาบมะพร้าว | ราคาถูก ดูดซับน้ำได้ดี ระบายน้ำได้ดี | อายุการใช้งานสั้น และเกิดตะไคร่น้ำง่าย | นำกาบมะพร้าวมาแยกออก นำ กล้วยไม้ที่จะปลูกมาวางตรงรอยแยก อย่าให้ต้นจมลึกหรือลอยขึ้น หากปลูกแล้วต้นยังสั่นคลอนให้ใช้ไม้มาปักแล้วยึดด้วยเชื่อกจนกระทั่งรากแข็ง แรง |
อุณหภูมิ
70 – 90 องศาฟาเรนไฮน์ในเวลากลางวัน และ 45 – 65 องศาในเวลากลางคืน
น้ำ
ควรรักษาความชุ่มชื้นไว้เสมอ ยกเว้นในฤดูหนาวไม่ต้องให้น้ำมากนัก ความชื้นให้อยู่ที่ประมาณ 50 – 75% การรดน้ำควรรดเวลาเช้า โดยมีค่าความเป็นกรดและด่างอยู่ที่ pH 7 ซึ่งเป็นกลาง (อาจใช้กระดาษลิสมัชในการตรวจสอบหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์วิทยาศาสตร์) หากเป็นน้ำประปาควรพักค้างไว้ 1 คืน
แสงสว่าง
มีร่มเงาประมาณ 60 – 70% และให้มีแสงสว่างมากขึ้นในฤดูหนาว ในโรงเรือนอาจมีตาข่ายพรางแสง
ปุ๋ย
ให้ปุ๋ยสูตรที่มีไนโตรเจนปริมาณมาก คือ 25 – 9 – 9 โดยใช้หนึ่งช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน ให้ 1 ครั้งต่อเดือน และให้น้อยลงในฤดูหนาว
การใช้ยารักษาโรค
ใช้ยาฆ่าแมลงเช่น แลนเนท (Lannate) 40 เปอร์เซนต์ และใช้ยาไดเทนเอ็ม(Dithan M) สำหรับฆ่าเชื้อรา โดยให้ยาสัปดาห์เว้นสัปดาห์


