กล้วยไม้ในสกุลหวาย
เอื้องผึ้ง (Dendrobiu maggregatum)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้
ลักษณะ ช่อหนึ่งมีมากกว่า 20 ดอก พื้นดอกสีเหลืองอ่อน ปากสีเหลืองเข้ม ขนาดดอกโตประมาณ 3 เซนติเมตร เป็นกล้วยไม้ที่มีลำลูกกล้วยป้อมสั้นและเบียดกันแน่น ลักษณะใบแข็งหนาสีเขียวจัด ก้านช่อดอกอ่อนโค้งลงมา
ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
เอื้องม่อนไข่ (Dendrobium thyrsiflorum)
ชื่ออื่น เอื้องม่อนไข่ใบมน
แหล่งที่พบ ตามป่าดิบที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะ ดอก เป็นช่อ ช่อดอกห้อยเป็นพวงยาว ดอกแน่น กลีบดอกสีขาวกางผายออก โคนกลีบปากกระดกม้วนขึ้น ปลายแหลม ม้วนขึ้นสีเหลือง ภายในมีขนแต่ริมสันปากไม่มีขน ขนาด ดอกโตประมาณ 2-4 เซนติเมตร บานพร้อมกันทั้งช่อและบานนานประมาณ 1 สัปดาห์ มีใบประมาณ 3-4 ใบ ลักษณะใบแหลมยาวประมาณ 10-18 เซนติเมตร มีลำลูกกล้วยลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมค่อนข้างกลมหรือแบนโคนเล็กและใหญ่ด้านบน
ออกดอกเดือนมกราคม – เมษายน

เหลืองจันทบูร (Dendrobium friedericksianum)
แหล่งที่พบ จังหวัดจันทบุรี
ลักษณะ ออก ดอกเป็นช่อๆ ละ 2-4 ดอก กลีบดอกเป็นมัน รอบแรกดอกจะเป็นสีเหลืองอ่อนแล้วจะค่อยๆ เข้มขึ้นจนเป็น สีจำปา ปากสีเข้มกว่ากลีบ ในคอมีสีแต้มเป็นสีเลือดหมู 2 แต้ม ขนาดดอกโตประมาณ 5 เซนติเมตร ลำยาวมาก บางต้นยาวถึง 75 เซนติเมตร เมื่อลำแก่จะเป็นสีเหลืองโดยด้านข้างของลำจะมีใบอยู่ทั้งสองข้าง มีลำลูกกล้วยลักษณะเป็นโคนเล็กแล้วค่อยโป่งไปทางตอนปลาย
ออกดอกในเดือนมกราคม - เดือนเมษายน
เอื้องพวงหยก(Dendrobium findlayanum)
ชื่ออื่น หวายปม
แหล่งที่พบ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และลำปาง
ลักษณะ ออก ดอกตามข้อ ประมาณ 2-4 ดอก กลีบดอกสีม่วงอ่อนโคนกลีบสีขาว ปากสีเหลืองเข้ม ขอบปลายปากเป็นรูปหัวใจ ขนาดดอกโตประมาณ 4-6 เซนติเมตร ช่วงออกดอกมักผลัดใบเกือบทั้งหมด ลำลูกกล้วยสีเขียวเหลือง ยาวประมาณ 30-70 เซนติเมตร และโป่งเป็นข้อๆ ลักษณะใบยาวรี เมื่อลำแก่จะทิ้งใบ
เอื้องมัจฉาณุ (Dendrobium farmeri)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้
ลักษณะ ดอก เป็นช่อห้อยยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร ช่อหนึ่งมีหลายดอก ก้านช่อดอกยาว ดอกหลวม ทั้งกลีบดอกนอกและในมีสีม่วง ชมพู หรือขาว ปากสีเหลืองมีขนเป็นกำมะหยี่ ขนาดดอกโตประมาณ 2-4 เซนติเมตร ลำ ลูกกล้วยลักษณะเป็นพู ตอนบนใหญ่ตอนล่างเล็กรูปสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ลำลูกกล้วยแต่ละลำมีใบ 3-4 ใบ ลักษณะใบเป็นรูปไข่ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร
ออกดอกในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม
เอื้องเงินหลวง (Dendrobium formosum)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันตก และภาคใต้
ลักษณะ กลีบดอก มีสีขาว ปากสีเหลืองส้มโคนปากสอบปลายปากเว้า มีสันนูนสองสันจากโคนออกมาถึงกลางปาก ขนาดดอกโตประมาณ 10 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อน ที่กาบใบมีขนสีดำลักษณะใบรูปไข่ยาวรี ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ปลายใบมี 2 แฉกไม่เท่ากัน ลำลูกกล้วยตั้งตรง กลมค่อนข้างอ้วน
เอื้องเงิน (Dendrobium draconis)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก มีลักษณะลำต้นคล้ายกับเอื้องเงินหลวง แต่จะมีลำและใบสั้นกว่าก้านช่อสั้น
ลักษณะ มีดอกประมาณ 2-5 ดอก ดอกขนาด 8-9 เซนติเมตร กลีบขาว ปากสีส้มอมแดง
ออกดอกเดือนมีนาคม – เมษายน
เอื้องเงินแดง (Dendrobium cariniferum)
แหล่งที่พบ พบมากทางภาคเหนือ
ลักษณะ ออก ดอกเป็นช่อ 2-5 ดอก ดอกกว้าง 3-4 ซม. กลีบดอกสีขาวครีม ปลายสีเหลือง โคนของกลีบปากสีส้มเข้มถึงส้มแดง กระดกห่อขึ้น ปลายแผ่เป็นแผ่นค่อนข้างยาว ขอบหยักเป็นคลื่น สีเหลืองอมส้มถึงขาว กลางกลีบเป็นสันนูน มีเส้นสีส้มเป็นริ้วตามความยาวกลีบเป็นระยะ ลำต้นเจริญทางด้านข้าง ลำลูกกล้วยทรงกระบอก ผิงมักเป็นร่อง ใบรูปขอบขนาน
ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม
เอื้องมะลิ (Dendrobium crumenatum)
ชื่ออื่น แส้พระอินทร์
แหล่งกำเนิด ป่าดิบทางภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันตก
ลักษณะ กลีบดอก สีขาว กางผายออก โคนกลีบปากเชื่อมติดกัน หูกลีบปากกระดกขึ้นทั้งสองข้าง ปลายผายออก มีสีเหลืองที่กลางกลีบปาก ดอกขนาด 2-3 เซนติเมตร ดอกบานเพียงวันเดียว มีกลิ่นหอมฉุน ออกดอกเป็นช่อ 1-2 ดอกตามข้อต้นในส่วนที่ไม่มีใบของปลายลูกกล้วย
ช่วงออกดอกไม่แน่นอน ส่วนใหญ่จะออกดอกช่วงที่ มีอากาศร้อนแล้วมีฝนตก หรือในช่วงฤดูฝน
เอื้องสายประสาท (Dendrobium primulinum)
ชื่ออื่น เอื้องสายน้ำผึ้ง
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันตก และภาคใต้
ลักษณะ ดอก เป็นช่อๆ ละ 1-2 ดอก ตามข้อของลำลูกกล้วย ลักษณะกลีบดอกนอกและในยาวรีเท่ากัน สีม่วงอ่อน ปากรูปกรวยเป็นวงกลมสีเหลืองมะนาว ขนาดดอกโตประมาณ 5-7 เซนติเมตร ลำ ลูกกล้วยกลมเกือบเท่ากันทั้งลำ รูปทรงตรงหรือโค้งเล็กน้อย ยาวประมาณ 30-45 เซนติเมตร ใบเล็กลงไปทางยอด ใบตัดเฉียงๆ ตามยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เมื่อใบแก่จะทิ้งใบ ออกดอกตามข้อที่ทิ้งใบแล้ว
ออกดอกในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
เอื้องเก๊ากิ่วแม่สะเรียง (Dendrobium tortile)
ชื่ออื่น เอื้องไม้ตึง
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้
ลักษณะ กลีบดอกสีม่วง มักบิดเป็นคลื่น มีเส้นสีม่วงตามความยาวกลีบ โคนกลีบปากม้วนขึ้นเป็นกลีบยาว โคนสีม่วง ปลายผายออก สีเหลืองอ่อน ออกดอกเป็นช่อตามข้อ 3-6 ดอกต่อข้อ ดอกกว้าง 5-7 เซนติเมตร ลำต้นเจริญทางด้านข้าง โคนลำลูกกล้วยคอด ใบรูปขอบขนาน
ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน
เอื้องแปรงสีฟัน (Dendrobium secundum)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้
ลักษณะ ออก ดอกที่ปลายกิ่งเป็นช่อยาว ดอกจำนวนมาก กลีบงุ้มเข้าหากัน สีม่วงอมชมพู กลีบปากเป็นทรงกระบอก ปลายกลีบปากสีเหลือง ดอกกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานแกมรูปแถบ
ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
เอื้องสายหลวง (Dendrobium anosmum)
ชื่ออื่น เอื้องสาย
แหล่งที่พบ ภาคใต้
ลักษณะ ดอก เดี่ยวออกตามข้อ ดอกกว้าง 4-5 เซนติเมตร สีม่วงอ่อน กลีบปากรูปทรงกลมปลายแหลม โคนกลีบปากม้วนเข้าหากัน และมีแต้มสีม่วงเข้มทั้งสองด้าน ผิวกลีบด้านในมีขนปกคลุม ผิวด้านนอกมีขนเฉพาะขอบกลีบ ดอกมีกลิ่นหอม ลำลูกกล้วยห้อยลงเป็นสายยาว ใบรูปรีขอบขนาน ปลายใบแหลม
ออกดอกเดือนเมษายน - มิถุนายน
เอื้องครั่ง (Dendrobium parishii)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันตก
ลักษณะ ออก ดอกที่ข้อ 1-3 ดอก ดอกกว้าง 3-5 เซนติเมตร กลีบดอกสีม่วง โคนกลีบดอกกระดกห่อขึ้น ปลายกลีบแหลมมีขนสั้นๆ ปกคลุม กลางกลีบสีม่วง ดอกมีกลิ่นหอม ลำลูกกล้วยรูปรี ค่อนข้างอวบ ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่
ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม
เอื้องคำ (Dendrobium chrysotoxum)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน และภาคตะวันตก
ลักษณะ ออก ดอกเป็นช่อ 12-25 ดอก แต่ละช่อดอกจะห่างไม่อัดแน่น ดอกมีสีส้มสด กลีบปากสีส้มมีขนาดใหญ่ โคนกระดกห่อขึ้น ปลายบาน เป็นทรงกลม มีขนนุ่มปกคลุม ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น ขนาดดอกประมาณ 3-5 เซนติเมตร มีกลิ่นหอม มีลำลูก กล้วยรูปทรงหลายเหลี่ยมโดยจะมีตอนกลางลำโป่ง แล้วเรียวลงมาโคนและยอด ความยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตร เมื่อลำแก่จะมีสีค่อนข้างเหลืองตอนบนของลำ จะมีใบอยู่ 4-5 ใบ ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร
ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม
อ่านต่อ >> สกุลหวาย (Dendrobium) ตอนที่ 3
อ่านต่อ >> สกุลหวาย (Dendrobium) ตอนที่ 1


