สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum) ตอนที่ 3
รองเท้านารีภาคตะวันออก
• รองเท้านารีเหลืองปราจีน (Paphiopedilum concolor)
แหล่งที่พบ ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2402 มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบอำเภอ อรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี สระบุรี อุดรธานี นครนายก จันทบุรี กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ในต่างประเทศพบในจีนตอนใต้ พม่า อินโดจีน มักพบขึ้นตามผาหินปูน
ลักษณะ ดอกสีเหลือง มีจุดละเอียดสีน้ำตาล กลีบดอกด้านบนผายออกคล้ายพัด ปลายมนสูง กลีบในกางพอประมาณ เมื่อดอกบานจะคุ้มมาข้างหน้าแลดูคล้ายดอกบานไม่เต็มที่ ปลายกระเปาะค่อนข้างเรียวแหลม ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 1 – 2 ดอก ก้านดอกสีเขียวอ่อน กลีบและกระเป๋าสีเหลือง มีจุดสีม่วงแดงกระจาย ดอกขนาด 8 – 12 เซนติเมตร มีใบลาย ท้องใบสีม่วง ก้านดอกยาวมีขน อาจมี 2–3 ดอกบนก้าน เดียวกัน
ออกดอก เมื่อสมบูรณ์เต็มที่และออกดอกตลอดปี

• รองเท้านารีเขาสอยดาว (Paphiopedilum appletonianum)
แหล่งที่พบ พบขึ้นตามพื้นป่าดิบเขา เขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ลักษณะ ดอกสีเขียวอมน้ำตาล กลีบข้างสีม่วง พบเพียงตัวอย่างเดียวในประเทศไทย
ออกดอก ฤดูหนาว
รองเท้านารีภาคใต้
• รองเท้านารีขาวสตูล (Paphiopedilum niveum)
ชื่ออื่น รองเท้านารีดอกขาว
แหล่งที่พบ พบขึ้นตามผาหินปูนทางภาคใต้ สูง 10 – 30 เมตร
ลักษณะ ดอกสีขาว มีจุดละเอียดสีม่วงหรือสีน้ำตาล กลีบ เลี้ยงและกลีบดอกมีประสีม่วงแกมแดงเป็นแนวยาวใกล้โคนกลีบ กลีบกระเป๋าผิวมัน ดอกบานเต็มที่กว้าง 4 – 5 เซนติเมตร เป็นกล้วยไม้ดิน ลำต้นสั้นแตกกอ ใบรูปขอบขนานกว้าง 2.5 – 3 เซนติเมตร ยาว 8 – 10 เซนติเมตร ผิวใบด้านบนลาย หลังใบสีม่วงเข้มจำนวน 3 – 4 ใบ เลี้ยงง่ายเติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น
ออกดอก ช่วงเมษยน – สิงหาคม
• รองเท้านารีเหลืองตรัง (Paphiopedilum godefroyae)
แหล่งที่พบ พบขึ้นตามผาหินปูน บริเวณหมู่เกาะฝั่งทะเลอันดามัน หมู่เกาะฝั่งตะวันตกทางภาคใต้ แถบจังหวัดพังงาและกระบี่ ที่ใกล้น้ำทะเลจนถึงสูง 150 เมตร
ลักษณะ ดอกสีขาวครีมถึงสีเหลือง มีลายคล้ายร่างแหและจุดสีแดงเข้ม ตรัง เป็น กล้วยไม้ดิน ลำต้นสั้นและแตกกอ ในรูปขอบขนานกว้าง 2 – 3 เซนติเมตร ยาว 8 – 10 เซนติเมตร ผิวในด้านบนมีจุดสีเขียวอ่อน หลังใบประสีม่วง ดอกเป็นช่อที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว 5 – 7 เซนติเมตร ช่อละ 1 – 2 ดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีประจุดสีม่วงคล้ำ ดอกบานเต็มที่กว้าง 7.5 – 8 เซนติเมตร
ออกดอก ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
• รองเท้านารีเมืองกาญจน์ (Paphiopedilum parishii)
แหล่งที่พบ เกาะตามคบไม้ในป่าดิบแล้งบนเทือกเขาตะนาวศรี ภาคตะวันตก และตามผาหินปูนทางภาคใต้
ลักษณะ ดอกสีขาว มีจุดละเอียดสีม่วงหรือสีน้ำตาล โคนสีเขียวอ่อน ออกดอก4 – 8 ดอกต่อช่อ ก้านดอกยาวสีเขียว กลีบดอกยาวบิดเป็นเกลียว
ออกดอก ฤดูร้อนและฤดูฝน
• รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paphiopedilum exul)
แหล่งที่พบ ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2435 ถิ่นกำเนิดอยู่แถบเกาะพงันจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะพังงา และจังหวัดชุมพร ตามผาหินปูนบริเวณหมู่เกาะฝั่งทะเลอันดามัน เป็นกล้วยไม้เติบโตบนดิน หรือตามซอกผาหิน
ลักษณะ ดอกสีขาวและเขียว มีแต้มเหลือง ประจุดน้ำตาล ดอกเป็นดอกเดี่ยว เมื่อบานเต็มที่ขนาด 6-6.5 เซนติเมตร กลีบดอกนอกบนเป็นรูปใบโพธิ์กว้าง มีใบสีเขียวไม่มีลาย ใบแคบและหนา ผิวเป็นมัน เส้นกลางใบเป็นรอยลึกรูปตัววี ก้านดอกแข็งยาว 13 – 15 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนมีนาคม-มิถุนายน
• รองเท้านารีม่วงสงขลา (Paphiopedilum barbatum)
แหล่งที่พบ ถิ่นกำเนิดอยู่ที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา พบตามพื้นในป่าดิบชื้นภาคใต้
ลักษณะ คล้ายรองเท้านารีคางกบ แต่ดอกสีเข้มและมีจุดสีน้ำตาลแดงที่ขอบบนน้อยกว่า
ออกดอก เดือนมีนาคม – เมษายน
• รองเท้านารีเหลืองพังงา (Paphiopedilum leucochilum)
แหล่งที่พบ ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2435 ถิ่นกำเนิดอยู่บนภูเขาหินปูนแถบฝั่งทะเล ในจังหวัดภาคใต้
ลักษณะ คล้ายกับรองเท้านารี “เหลืองตรัง” แต่รองเท้านารีเหลืองพังงาจะมีสีครีมออกเหลือง และที่กระเปาะมีจุดประเล็กๆ สีน้ำตาล
• รองเท้านารีช่องอ่างทอง (Paphiopedilum x Ang-thong)
แหล่งที่พบ ถิ่นกำเนิดอยู่ตามหมู่เกาะบริเวณอ่าวไทย เช่น หมู่เกาะอ่างทอง เกาะสมุย คาดว่าเป็นลูกผสมของรองเท้านารีขาวสตูลกับรองเท้านารีเหลืองตรังที่เกิดขึ้นเองจามธรรมชาติ
ลักษณะ ดอกค่อนข้างเล็กขนาดไม่สม่ำเสมอ การประจุดกระจายจากโคนกลีบ พื้นกลีบดอกสีขาว กลีบค่อนข้างหนา ปลายใบมน ด้านบนสีเขียวคล้ำประลาย ด้านใต้ท้องใบสีม่วงแก่ ก้านดอกยาวมีขน
• รองเท้านารีขาวชุมพร (Paphiopedilum godefroyae)
แหล่งที่พบ ภาคใต้ของประเทศไทย
ลักษณะ ออกดอกเดี่ยวก้านสีม่วงแดง กลีบและกระเป๋าสีขาว มีจุดสีม่วงแดง ดอกขนาด 5–8 เซนติเมตร เติบโตได้ดีในที่มีความชื้นในอากาศสูงค่อนข้างร่ม
ออกดอก เดือนเมษายน – สิงหาคม และพฤศจิกายน – ธันวาคม





